เกรดการ์ดคืออะไร? PSA vs CGC vs BGS ต่างกันยังไง
"การ์ดเกรด PSA 10" ราคาแพงกว่าการ์ดใบเดียวกันแบบไม่เกรดหลายเท่า — การเกรดคืออะไร ทำไมถึงเพิ่มมูลค่า และควรส่งไหม บทความนี้สรุปให้ครบ
การเกรดการ์ด (Grading) คืออะไร
การเกรด คือการส่งการ์ดให้บริษัทผู้เชี่ยวชาญ "ตรวจสภาพและยืนยันของแท้" แล้วให้คะแนน (ปกติ 1–10) จากนั้นซีลการ์ดในเคสพลาสติกแข็ง (slab) พร้อมฉลากระบุเกรด การ์ดที่เกรดแล้วจึงได้ 2 อย่าง: การันตีว่าแท้ + มาตรฐานสภาพที่ทุกคนเชื่อถือ ทำให้ซื้อขายง่ายและราคาสูงขึ้น
เกณฑ์ที่ใช้ให้คะแนน
หลักๆ ดู 4 อย่าง:
- เซนเตอร์ — ขอบสมดุลไหม (อ่านวิธีเช็กเซนเตอร์)
- มุม (Corners) — คมหรือทู่/ขาว
- ขอบ (Edges) — เรียบหรือมีขุย/รอย
- ผิว (Surface) — รอยขีดข่วน รอยนิ้ว ฝุ่นใต้ผิว
PSA vs CGC vs BGS ต่างกันตรงไหน
| เจ้า | จุดเด่น | สเกลคะแนน |
|---|---|---|
| PSA | ดังสุด ตลาดกว้างสุด ขายต่อง่าย ราคามักดีสุด | 1–10 (เกรดรวมเลขเดียว) |
| BGS | เข้มงวด มี subgrade 4 ด้าน · เกรด Black Label 10 หายากและแพงมาก | 1–10 + subgrade |
| CGC | มาแรง ราคาส่งถูกกว่า งานละเอียด นิยมขึ้นเรื่อยๆ | 1–10 |
สรุปง่ายๆ: อยากขายต่อคล่อง-ราคาดีเลือก PSA · อยากได้รายละเอียด subgrade เลือก BGS · อยากประหยัดค่าส่งเลือก CGC
คิดง่ายๆ: (ราคาการ์ดเกรดคาดว่าจะได้) − (ราคาการ์ดตอนนี้) − (ค่าเกรด + ค่าส่ง) ถ้าผลลบ = ไม่คุ้ม การ์ดถูก/ทั่วไปมักไม่คุ้มส่ง ควรส่งเฉพาะการ์ดหายาก มูลค่าสูง และสภาพดีมีลุ้นเกรด 9–10
🎯 เช็กเซนเตอร์ก่อนส่งเกรด ประหยัดเงิน
ก่อนเสียค่าเกรด ลองวัดเซนเตอร์การ์ดออนไลน์ฟรีกับ Koyun9 ดูก่อนว่ามีลุ้นเกรดสูงไหม
เปิดเครื่องมือเช็กเซนเตอร์ →